เพราะเราคือสาววาย

ชมรมคนรัก Y ไม่ว่าคุณจะชอบวายแนวไหน หรือเชียร์คู่วายคู่ไหนก็ตาม ขอแค่คุณบูชาวายเหมือนกันกับเรา มาเลย!!! ป.ล. คนที่ไม่นิยม หรือ ไม่รู้จักว่าวายคืออะไร เราขอแนะนำให้คุณปิดทันที

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557

[SF – Star Trek]+[Prat 2] Really Love You…รักคุณจริงๆนะ- Spock x Kirk [After Rain 1]




Prat 2 มาแล้ว ไปต่อกันเล้ยยยยย 


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


----------------------..........................------------------------ (ย้อนไปเมื่อกาลก่อน ไม่นานมานี่....หมอนัดคุยกับสป็อคเป็นการส่วนตัว -_-“)


“ก็อย่างที่บอกพวก......จิมมันเปลี่ยนไป”


“ผมไม่เข้าใจคุณ....คุณหมอ  คุณกำลังจะบอกว่ากัปตันเปลี่ยนไปอย่างไรครับ” ร่างสูงของวัลแคนขมวดคิ้วเรียวอย่างสงสัยถึงข้อความที่หมอแมคคอยต้องการสื่อ “ผมไม่สามารถรับรู้ถึงข้อเปลี่ยนแปลงนั้นได้เลย.......แม้ด้วยความที่ว่าผมได้ใช้เวลาอยู่กับกัปตันมากกว่าใครๆ ก็ตาม แต่ข้อคิดเห็นของคุณ  ผมไม่เห็นด้วย”


หมอแมคคอยกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย พลางถอนหายใจ “ก็คนที่อยู่ตัวแทบติดกันอย่างนายจะไปสังเกตห่าอะไรล่ะวะ.....ไม่คิดบ้างรึไงว่า.....” หมอแมคคอยเหลือบไปมองซ้ายขวา ทั้งๆ ที่ตอนนี้เค้าลากวัลแคนหนุ่มมาที่ลับตาคนแล้วก็ตาม ”ไอ้เจ้านั่นมันดูสวยขึ้นเห็นๆ”


สป็อคเลิกคิ้วน้อยๆ เอียงคอสิบองศา


หมอแมคคอยถอนหายใจอีกรอบ“ก็ไอ้ที่นายเรียกว่า ชวนตะลึงนั่นแหละ” นั่นเป็นคำนิยามที่สป็อคได้ให้ไว้กับจิมในวันแรกที่เค้าได้ผูกพันธนการใจกัน


“ครับ”


“จิมไม่รู้ตัวเองหรอก แต่คนอื่นๆ ก็เห็นด้วยกับฉัน ว่าหมอนั่นน่าดึงดูดขึ้น! .......แม้จะเป็นกับเพศเดียวกันก็เหอะ....” ประโยคสุดท้ายหมอสงวนไว้ให้ได้ยินกันสองคนเท่านั้น


“มันไม่สมเหตุสมผล........ในเมื่อความน่าหลงใหลเหล่านั้นควรจะเกิดขึ้นกับผมเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะกัปตันคือคู่ของผม....”


“เอ่อๆ ช่วงนี่มันดูตัวเล็กๆ ผมยุ่งๆ ชอบทำหน้าตาขี้สงสัยนี่หว่า แถมปากก็สีสดผิดปกติ  คนอื่นๆ เห็นมันก็ต้องค้างกันทั้งนั่น....ขนาดพวกผู้หญิงเห็นยังต้องชะงักเลย” หมอแมคคอยยื่นใบบันทึกตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดให้กับสป็อค


“ฉันยอมรับว่านายดูแลจิมดีจริงๆ แอลกอฮอล์งด ทานอาหารครบทุกมื้อ บลาๆ ทุกอย่างดีหมด ........ถึงใบนี้มันจะบอกอะไรแบบ....นั้นไม่ได้นะ  แต่ฉันว่าฟีโรโมนวัลแคนของนายทำให้คู่ของนาย........เอ่อ จิมน่ะ...ดูดีขึ้น ในแบบที่เรียกว่าเพศตรงข้ามน่ะ ”


“ผมไม่สามารถอนุมานได้ว่า  จิมจะสามารถรับฟีโรโมนของผมได้อย่างไร........”


“ก็เซ็กซ์ไง” อู่ว์หมอ  ตรงมากก


“ที่พวกนายนอนด้วยกันไง...........ทุกครั้งที่นายเสร็จในตัวหมอนั่นน่ะแหละ” เหมือนหมอจะพูดลำบาก แต่หมอก็พูดไปแล้ว ไม่กระดากปากเลยด้วยซ้ำ


เสร็จ.......ผมคงต้องขอให้คุณขยายความคำนี้ด้วยครับคุณหมอ”


“ก็..ฮืมม” หมอแมคคอยพัก ระบายลมหายใจออกมาเสียงดัง ......ทำไมไอ้หนูผีเลือดเขียวหูแหลมนี่ถึงเข้าใจยากอย่างนี้ฟระ!........


“ก็คือ เมื่อนายปลดปล่อยเข้าไปในตัวของจิมไง ไอ้หนูผี!” ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ ไม่ได้คอยแอบดูเพื่อนซี้มีอะไรกันทุกวี่ทุกวันหรอก ให้พูดบ่อยมันก็ไม่ดีนักหรอกนะ....... (คอยแอบดูทุกวี่ทุกวันงั้นเหรอหมอ.....-_-* : Ray - Aund)


“เข้าใจแล้วครับ” วัลแคนหนุ่มตอบ เหมือนเข้าใจบทเรียนที่อาจารย์กำลังสอนอยู่


“เฮ้อ......สป็อค  เอาเป็นว่าคอยระวังไว้หน่อยแล้วกัน ถ้าเผลอล่ะก็  โดนคนอื่นคาบไปกินแน่ๆ ” หมอแมคคอยก็ค่อนข้างเอือมกับความเย็นชาของคนตรงหน้า จึงได้เตือนเป็นนัยๆ ไว้  เพราะเค้าก็เป็นห่วงเพื่อนของเค้าอยู่เหมือนกัน  เมื่อฟังคำบอกเล่าของหมอแมคคอยสป็อคก็มีท่าทีเฉยๆ  แต่แท้จริงแล้วในอกของสป็อคตอนนี้ร้อนดังไฟ..................


-----------------------------..............................---------------------------------


“วู่ว์..ว..ว...เอาเลย..ย..” กัปตันจิม เคิร์ก กำลังดีดดิ้นอยู่บนฟลอร์เต้นรำอย่างสนุกสนาน ไม่ลืมหูลืมตา ไม่อายฟ้าอายดิน......


“คุณมาคนเดียวหรือครับ” อยู่ๆ ก็มีชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มคนหนึ่งเข้ามาทักจิมกลางฟลอร์เต้นรำ เค้าคนนั้นรูปหน้าเรียวคม เข้ากับตาคมมีเสน่ห์ และที่สำคัญจมูกโด่งรั้นนั้นก็ยังคมเข้าเซ็จทั้งใบหน้า  ช่างเป็นคนที่....หล่อเหลาเสียจริงๆ


“หา  นายว่าอะไรนะ” เสียงเพลงดังมาก  ทำให้เค้าหูไม่ดี


“ผมถามว่า.........คืนนี้คุณมาคนเดียวหรือครับ” คนถามย้ำอีกรอบ  แต่ครั้งนี้เค้าเข้าไปใกล้จิมมากขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก


“หึ  แล้วนายว่าไงล่ะ........” แต่กลับถามคำถามออกไปแทนคำตอบ  แถมจิมมี่ยังยักคิ้วใส่คนตรงหน้าอีกต่างหาก


.............แบบนี้มันจงใจยั่วกันชัดๆ................


“คุณมาคนเดียว.....” หนุ่มรูปหล่อนิรนามเออออให้เสร็จ คืนนี้ที่เค้ารู้สึกสนใจคนๆ นี้ขึ้นมาก็เพราะดวงตาสีฟ้าแวววาวฉ่ำเยิ้มคู่นั้นมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ตอนนี้เค้าถึงได้มายืนอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็กที่สติสตางค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคนนี้


เนื่องจากทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ ชายหนุ่มจึงใช้แขนทั้งสองข้างเลื่อนมาโอบเอวเล็กของกัปตันที่เมาไม่ได้สติ


เสียงเพลงได้เปลี่ยนเป็นจังหวะช้าๆ แต่ยังคงความแรงของอินโทรนอยู่  จึงดูเหมือนเสียงเพลงจะเป็นใจให้ชายหนุ่มนิรนามถือโอกาสโยกตัวมาแนบชิดกับคนตัวเล็กกว่า


“นายอยากเต้นหรือ” กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งออกมาเต็มไปหมด


“ครับ...ผมอยากเต้นกับคุณ” ชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้ดูหื่นกระหายกว่าเก่า  เค้าก้มลงสูดกลิ่นกายประจำตัวของจิม โดยที่คนถูกกระทำก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น  ตอนนี้จิมรู้สึกแปลกๆ รู้สึกถึงอารมณ์รุนแรง ความโกรธที่กำลังแผดเผาใจของเค้าอยู่  มันทำให้เค้ารู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  ความรู้สึกนั้นเหมือนจะสามารถฉีกใครได้เป็นชิ้นๆ เลยทีเดียว


หนุ่มหล่อนิรนามเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้หน้าของจิมจนจมูกแทบติดกัน  “ผมว่า...เราไปทำเรื่องอะไรที่มันสนุกกว่านี้ดีกว่านะ” คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ้ม ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปหมายจะจูบกัปตันเคิร์กให้ได้


แต่ทันใดนั้นก็มีมือมากระชากไหล่ของชายหนุ่มออกอย่างแรง รวดเร็วพอๆ กับที่คนกระชากเหวี่ยงหมัดใส่เค้าจนล้มตึงลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นได้ในหมัดเดียว.........ด้วยแรงที่มากกว่ามนุษย์ธรรมดาถึงสามเท่า


“สป็อค......” นี่เค้าต้องฝันไปแน่ๆ ถึงได้เห็นสป็อคมายื่นอยู่กลางฟลอร์เต้นรำแบบนี้  แถมยังต่อยคู่เต้นเค้าจนสลบเหมือดอยู่คาพื้นอีก ............ฝันๆๆ ฉันแค่ฝัน............. จิมภาวนาขอให้มันเป็นแค่ภาพหลอน  เพราะตอนนี้ภาพสป็อคตรงหน้าเค้าช่างน่ากลัวเหลือเกิน ..........มือที่กำหมัดแน่น  แววตาที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล  และคิ้วเรียวที่เคยชี้ บัดนี้กลับดูบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ


...............ไม่.......นี่ไม่ใช่สป็อค..............


.............ต้องเมามากไปแน่ๆ.....ใช่..ฉันแค่เมา.........แล้วก็เห็นภาพหลอนงี่เง่าก็เท่านั้น.................


ร่างสูงเดินเข้ามา จับข้อมือของจิมแล้วกระชากให้ตามเค้าไป


โอ๊ะโอ.......ดูเหมือนจะเป็นของจริง เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าจิมตอนนี้จับต้องได้  พูดให้ถูก เค้ากำลังโดนสป็อคลากไปที่ไหนก็ไม่รู้ แถมยังไม่พูดอะไรเลยสักคำ  คงเป็นเพราะสป็อคกำลังโกรธกระมัง


........โกรธเหรอ.......สป็อคก็มีอารมณ์โกรธที่โฉ่งฉ่างเป็นกับเค้าเหมือนกันงั้นเหรอ  แต่การกระชากคนอื่นมาต่อยจนสลบคาพื้นแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผล........ไม่ใช่หมอนั่นเลยด้วยซ้ำ ..........แล้วทำไม........................


“สป็อค เดี๋ยว.........เฮ้! สป็อคเดี๋ยวก่อนสิ.......” จิมร้องเรียกตลอดทาง  แต่อีกคนที่เดินนำเค้าก็ไม่แม้จะหันมาสนใจเลย  ทั้งร้องก็แล้วสะบัดมือก็แล้ว  มันไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้กับสป็อคเลยสักนิด 


ทั้งคู่ฉุดกระชากลากถูกัน จนมาถึงที่พักของพวกเค้า  ‘ตึกหอพักบุคคลากรของสตาร์ฟลีตร่างสูงดึงให้คนตัวเล็กที่เหนื่อยหอบให้เดินตามไปต่อ จนพวกเค้ามาถึงชั้นที่แปด ซึ่งห้องนอนของพวกเค้าอยู่ประตูตรงข้ามกันเท่านั้นเอง สป็อคเดินมาหยุดอยู่ระหว่างประตูห้องของเค้าและกัปตัน หันไปเปิดประตูห้องของตัวเองแล้วลากเคิร์กเข้าไปด้วยกัน......ทันทีที่สป็อคปล่อยมือ จิมก็อดไม่ได้ที่จะเอามืออีกข้างมานวดข้อมือที่โดนแรงมหาศาลของสป็อคบีบ


“นายเป็นอะไรของนายเนี่ย” จิมหันไปคาดโทษ แต่ก็กลับต้องทำหน้าจ๋อยเพราะอีกคนดูโกรธมากกว่า  อารมณ์โมโหรุนแรงก็ยังคงไม่จางหายไป


“คุณทำอะไร” ในที่สุดคนที่เงียบมาตลอดก็พูดสักที แต่เสียงที่ออกมานั้นดูแข็งกร้าว น่ากลัว  จนจิมต้องถอยหลังไปสองสามก้าว


คนถูกถามไม่พูด  ร่างสูงตรงหน้าทำให้เค้ารู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจจนพูดอะไรไม่ออก


ความรู้สึกกลัวของจิมถูกส่งผ่าน ไปถึงสป็อค............อีกใจหนึ่งก็นึกสงสาร แต่สิ่งที่มาเหนือเหตุผลเค้าตอนนี้ก็คือความโกรธ ..........โกรธที่จิมดื่มเหล้า......โกรธที่มีคนเข้ามาใกล้คนของเค้า........โกรธทุกสายตาที่จ้องมองจิม...........โกรธที่จิมถูกคนอื่นจาบจ้วง.............


“คุณทำอะไร” ถามย้ำอีกครั้ง แต่เสียงฟังดูน่ากลัวขึ้น


“ฉะ ฉันก็แค่......” จิมที่ยังกำมือตัวเองอยู่รู้สึกตัวเล็กลงทันที เค้าละล้ำละลักพูดอะไรไม่ถูก


“คุณไม่เพียงดื่มเหล้าจนขาดสติ.........แต่คุณยังพยายามเชื้อเชิญคนอื่นให้มาสัมผัสตัวคุณอีก..” เสียงเย็นของสป็อคดังขึ้นเรื่อยๆ จนจิมต้องถอยหลังหนี้ แต่มิวายสป็อคก็ยังคงเดินตามไปอยู่ดี  จนหลังของหนุ่มผมทองติดกำแพง.....ไร้ทางหนี


จิมไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย  เค้าไม่เคยเจอสป็อคที่ไร้เหตุผลและโกรธรุนแรงขนาดนี้  มันทำให้เค้ากล้วและหวาดหวั่นยิ่งกว่ากองทัพคลิงออนทั้งดาวซะอีก  สป็อคใช้แขนทั้งสองข้างท้าวกำแพงล้อมจิมไว้ให้อยู่ในออ้มอก  เสียงลมหายใจของสป็อค จิมได้ยินชัดเจน  สป็อคโมโหมากจนอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างเห็นได้ชัด  ส่วนคนที่อยู่จนแทบติดอกของร่างสูงก็เม้มปาก มองคนที่กำลังโมโหอย่างตัดพ้อ................โกรธงั้นเหรอ...ใครก็แน่ที่ควรโกรธ!.........


“ก็ฉันเหงานี่” ในที่สุดก็พูดออกมาได้เต็มประโยค แต่จิมก็น้อยใจสป็อคอยู่ไม่น้อยเช่นกัน.............ที่สป็อคโมโห เพราะกำลังหาเรื่องเลิกกับเค้าอยู่รึเปล่า


“นายไม่เคยนึกถึงคนอื่นเลย!....ไม่เคย....แม้แต่ฉันฉันนึกแล้วว่าสักวันนายก็จะเบื่อฉัน.......คำหวาน คำบอกรักจอมปลอมทั้งหลายน่ะมันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ..........สักวันนายก็จะทิ้งฉันไป ทิ้งฉันไป!.....” จิมระเบิดอารมณ์ใส่หน้าวัลแคนไร้ความรู้สึก นี่ไง......ช่วงเวลาที่เค้ากลัวว่าจะมาถึงในสักวัน  แต่จะช้าหรือเร็วมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี ...........เค้ามันพวกส่ำส่อน หาคู่นอนไม่เลือกหน้า........ (นี้คือคำพูดที่ออกมาจากปากสป็อคในเรื่อง How High the Moon Prat 2 ค่ะ เคิร์กฝังใจอย่างแรง...: Ray - Aund)


สป็อคก็รู้สึกเจ็บไม่แพ้กัน......ตลอดมาเค้าเฝ้าเอาใจใส่  ดูแลจิมด้วยความรัก  ประคบประหงมอย่างดี เหมือนคนตรงหน้าคือลมหายใจของเค้า หากขาดไปแม้แต้นาทีเดียวเค้าคงต้องตายแน่ๆ แม้จะมีบางครั้งที่กัปตันหนุ่มทำตัวเป็นเด็กดื้อ แต่เค้าก็จะใจเย็น และพร้อมมอบความอบอุ่นให้คนตัวเล็กเสมอ  แต่ความคิดของจิมตอนนี้  มันทำให้เค้ารู้สึกโกรธและเจ็บขึ้นมาในคราวเดียวกัน


 ..........ทำไม มาถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เชื่อใจกันอีก  ผมได้บอกคุณไปแล้วว่าคุณคือลมหายใจของผม และผมจะรักคุณตลอดไป


แต่คนดื้อดึงกลับไม่ยอมฟัง...........เค้าใช้มือทั้งสองข้างปิดหูไว้แน่น 


 ไม่อยากรับรู้อะไรของนายอีกแล้ว


จิม......


ไม่.....ออกไปให้พ้น......ฉันไม่อยากฟัง........ออกไปจากหัวฉันนะ.......


การที่คนของเค้าดื้อดึงไม่ยอมฟัง  ทำให้อารมณ์โกรธของสป็อคยิ่งทวีคูณและไม่สามารถควบคุมมันได้อีก  วัลแคนหนุ่มใช้มือทั้งสองข้างตรึงหน้าของอีกคนหนึ่งไว้ แล้วบดเบียดริมฝีปากร้อนลงไป...........บดขยี้ริมฝีปากของอีกคน


ความรู้สึกอบอุ่นของริมฝีปากร่างสูงทำให้จิมอดที่จะรู้สึกดีไม่ได้........เค้าต้องการมากว่านี้  ร่างเล็กจึงเผยอปากออกเพื่อให้ลิ้นร้อนของอีกคนจาบจ้วงเข้ามาในปากของเค้าได้  การแลกลิ้นแสนดุเดือดจึงเกิดขึ้น ทั้งลิ้นเล็กและลิ้นหนาต่างเกี่ยวกระหวัดกันและกัน


เนิบนาน........จากการจูบอย่างดูดดื่มและร้อนแรงที่สุด  แม้กัปตันหนุ่มก็ยังแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาวัลแคนหนุ่มไม่เคยจูบเนิบนานและร้อนแรงขนาดนี้มาก่อน  จูบนั้นแฝงไปด้วยความร้อนแรงและความเสน่หา กระทั่งความเอาแต่ใจของวัลแคนหนุ่มก็มี


จนจิมหมดอากาศที่จะหายใจเค้าใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบเข้าที่อกของอีกคนเป็นการประท้วง  สป็อคยอมถอนริมฝีปากออกมาในที่สุด  แต่ไม่ทันที่จิมจะได้เอยปากพูดอะไร  วัลแคนหนุ่มก็จับเค้าขึ้นเตียง ล็อคแขนทั้งสองข้างให้ติดกับที่นอนอย่างง่ายดาย


“....สป็อค.........”


วัลแคนหนุ่มก้มลงไซร้ซอกคอขาวไรตำหนิของอีกคน สูดดมกลิ่นกายหอมหวนที่อบอวนไปด้วยแอลกอฮอล์อ่อนๆ  ภาพเมื่อครู่ที่หนุ่มผมทองกำลังโดนชายอื่นก้มลงจูบก็ทำให้ร่างสูงยิ่งหงุดหงิดจึงดูดเม้มทิ้งร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของไว้ทั่วลำคอ


สป็อคถล่กเสื้อบางขึ้น ก้มลงจูบอกขาวไม่แพ้คอของอีกคนอย่างหิวกระหาย ทั้งขบเม้มสร้างรอยจางๆ ไว้เต็มไปหมด บางครั้งก็เผลอใช้แรงวัลแคนขบกัดลงไป ทำให้คนตัวเล็กต้องหน้าแบ้ด้วยความเจ็บปวด..........เมื่อวัลแคนหนุ่มรับรู้ถึงความเจ็บนั้น จึงผ่อนแรงลง


..............คุณเจ็บเหรอ...............


...........ก็เอ่อน่ะสิ............


ผมขอโทษ...........ด้วยความเจ็บปวดของอีกคน ทำให้สป็อครู้สึกแย่ขึ้นมา.......ถ้าคู่พันธะของเค้าเจ็บ.....เค้าก็เจ็บด้วย...........


นายเป็นอะไรน่ะสป็อค.......


ผม...ผมขอโทษ.......ผมไม่เคยโกรธมากขนาดนี้มาก่อน ทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของผมไม่เป็นผลเท่าที่ควร ผมขอโทษ.......ดูเหมือนวัลแคนหนุ่มจะเริ่มได้สติแล้ว


นายโกรธอะไรของนาย...............น่ากลัวชะมัด


คนตัวสูงกว่าหงอยขึ้นมาทันที...........ผมขอโทษ ตอนนั้นผมเห็นคุณอยู่กับชายอื่น และชายคนนั้นกำลัง....จูบคุณ


 “ก็ใช่น่ะสิ! ถ้านายเห็นฉันทำแบบนั้น.....งั้นฉันก็คงจะทำไปก็เพราะนายนั่นแหละ!


“เพราะผม”


“ใช่ ตลอดมานับจากวันนั้น วันที่นายบอกว่าฉันคือคู่ของนายฉันก็ไม่แตะเหล้าอีกเลย  แต่วันนี้ที่ฉันดื่มจนเมาแอ๋ ก็เพราะมีคนๆ หนึ่งที่ฉันอยากให้เค้ามา แต่ก็ดันไม่มา.........อึก....” อยู่ๆ หนุ่มผมทองก็ระเบิดอารมณ์ใส่วัลแคนแน่นวิชาการ ก่อนเค้าจะมีน้ำตาไหลออกมาซะเอง


คุณร้องไห้หรือ……..วัลแคนหนุ่มบรรจงใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้กัปตันหนุ่มอย่างอ่อนโยน...........หากผมอนุมานไม่ผิด คนที่คุณกำลังรออยู่ คือผมใช่ไหมครับ.......


“จะใครซะอีกล่ะ!


ไม่มีความจำเป็นที่คุณต้องรอผมเลย.......


“ช่างมันเหอะน่า!  ฉันจะรอหรือไม่รอ มันก็เรื่องของฉัน..........นายเลิกใช้โทรจิตนั้นสักที......แล้วช่วยอ้าปากพูดกับฉันหน่อยจะได้ไหม!


“ครับกัปตัน”


ถ้าไม่ติดว่าสป็อคใช้มือทั้งสองข้างจับแขนเค้าตรึงอยู่กับที่นอนแล้วล่ะก็  เคิร์กคงจะใช้มันก่ายหน้าผากทั้งสองข้างให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย


เฮ้อออ.....ให้ตายสิ........จะบื้อไปไหนเนี่ย


“ที่ฉันรอนายก็เพราะ.........”


..........ความเขินอาย...ความรัก...ความน้อยใจ ต่างผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก แต่ท่าทางของจิมที่ตะแคงหน้าซบที่นอนนั้น  ทำให้สป็อครู้ดีว่าคนข้างล่างเค้ากำลังเขินอายเป็นที่สุด


“ถะ..ถึงมันจะเป็นเวลาเพียงแค่สามเดือน.......แต่ฉันก็อยากทำให้มันพิเศษ........พิเศษแค่ฉันกับนาย” คนพูดไม่ได้หันกลับมายังคงเอาหน้าจิ้มที่นอนอยู่ แต่ท้ายประโยคกลับเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน  ถึงกระนั้นวัลแคนหนุ่มก็ได้ยินมันชัดเจนทุกคำ


สป็อคได้รับรู้ถึงความเขินอายจากคู่ของเค้าอย่างล้นหลาม  และเจ้าตัวก็ไม่สามารถหยุดมันได้เลย


“ผมขอออกความคิดเห็นว่า  นี่คือแนวปฏิบัติของมนุษย์โลกเป็นการรำลึกถึงความรักของกันและกันใช่ไหมครับ....”


“ใช่” เคิร์กพยักหน้าพลางยิ้มน้อยๆ แก้คำของวัลแคนหนุ่มให้ถูก “อันที่จริงเค้าเรียกว่า วันครบรอบที่เราคบกันมาได้สามเดือนแล้ว ต่างหาก......” พูดไปแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้  คนอย่างจิม เคิร์ก ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยเรื่องกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักๆ แบบนี้เลย ........(อดีต)เพลย์บอยอย่างเค้าน่ะเหรอ....ไม่มีวันซะหรอก


.........แต่พอมาเจอคนๆ นี้  วัลแคนที่เคยปฏิเสธน้ำใจเค้าอย่างไม่ใยดี...........และอยู่ๆ วันหนึ่งก็มาอ้างสิทธิ์ว่าเป็นเจ้าของเค้า......มันทำให้เค้ารู้สึกเหมือนฝันหลวงโลกที่แสนหวาน......แต่พอนานวันเข้าเค้าก็หลงรักมันจนขาดมันไปไม่ได้เลย.......จิมหลงรักความอบอุ่นและความห่วงใยที่คนๆ นี้มอบให้......มันเป็นความรู้สึกที่เค้าห่วงแหนเหลือเกิน.....และต้องการมันมากขึ้นทุกวัน............เค้ากลัวว่าสักวันหนึ่งจะต้องสูญเสียมันไป


จิมต้องตาฝาดไปแล้วแน่ๆ ที่เห็นสป็อคยิ้มน้อยๆ แล้ววัลแคนร่างสูงก็ก้มลงจุมพิตเค้าอย่างอ่อนโยนและแผ่วเบา  ราวกับกลัวว่าคนข้างล่างจะแตกสลายไป


“อะชายาของผม..........ไม่มีอะไรที่คุณต้องกังวล” แล้วจุมพิตที่หน้าผากเพื่อปลอบโยนคู่พันธะของเค้า (อะชายา = ที่รัก ....กรี๊ดดดดด>//< : Ray - Aund)


จิมหน้าแดงขึ้นมาทันที......สป็อคไม่ได้พูดแบบนี้บ่อยๆ นักหรอกนะ


ทั้งสองเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าหากัน การจูบที่เนิบนานจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้มันแฝงไปด้วยความอ่อนหวาน..........จิตของทั้งสองผสานรวมกัน


มือของจิมปลดเปลืองเสื้อของอีกคนออกโดยที่เจ้าของ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ มือเล็กลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ  ในขณะเดียวกันสป็อคก็ดึงเสื้อของคนมือไวขึ้นและถอดมันออกอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นปากของทั้งสองก็ประกบเข้าหากันอีก  การแลกลิ้นแบบไม่พักหายใจทำให้จูบนั้นทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งสองลุกขึ้นชันเข่าช่วยกันแก้กางเกงของกันและกัน......จนตอนนี้พวกเค้าเหลือชั้นในตัวเดียวเป็นด่านสุดท้าย


สป็อคก็ยังคงไล่ต้อนลิ้นของอีกคนต่อไป นิ้วเรียวของเค้าก็ไม่แพ้กัน มันลวงเข้าไปในชั้นในทางด้านหลังของกัปตันหนุ่มสัมผัสเนินก้นขาวเนียนลื่นมือ  ทันทีที่มืออุ่นๆ ของสป็อคสัมผัสเค้า  จิมก็ตกใจใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับมือใหญ่ที่กำลังรีบร้อนเกินเหตุทางด้านหลัง..........จิมไม่อยากให้คืนนี้จบเร็วนัก.......


แต่สป็อคกลับขยำก้นเนียนของจิมอย่างแรง เป็นผลให้คนตัวเล็กกว่าเด้งตัวมาข้างหน้า  ด้านหน้าของทั้งสองจึงสัมผัสกัน....แม้ขนาดจะต่างกัน แต่อุณหภูมิกลับร้อนเท่าๆ กัน  แม้จิมจะอยากบังคับให้มือของตัวเองดึงมือของสป็อคออก  แต่กัปตันหนุ่มก็บดเบียดส่วนหน้ากับของอีกคน  จึงทำให้ของๆ ทั้งสองตื่นตัวขึ้นมาด้วยกัน



ความร้อนของส่วนนั้นมีไม่แพ้ความร้อนรุ่มในอกของพวกเค้าเลย 

.

.

.

.

TBC.



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ค้างไว้ได้ค่อนข้างหื่นไปสักนิดแฮะ.........แต่เอาเถอะค่ะ ทุกคนไม่ขาดตอน ไปต่อ Prat 3/END กันเล้ยยย

1 ความคิดเห็น:

  1. ถถถถถถถถถถถถถถ มันมาแล้ว ฉากเลือดพุ่งที่รอมานาน(?) หดหดฟฟินแปปป ป็อคหึงด้วยอ่าาาาาาาาาาา หดหกดหกดฟหกดฟหกหกหก

    ตอบลบ